ความรักของผมเกิดขึ้นในฤดูฝน
posted on 08 Oct 2009 00:41 by lostinphuket in meLOST
ทำไมบางคนถึงกล้าทุ่มทำกับบางสิ่ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันแป๊ก
จอร์จ คลูนี่
------- 1
ผมหย่อนก้นอย่างสบายใจ กับลาเต้แก้วใหญ่ในร้านกาแฟ
ในวันปกติวันหนึ่งที่ร้อนระอุ
เมฆก้อนใหญ่กำลังพากันม้วนตัวเป็นสีดำทมึน ลมจากทะเลหอบเข้ามาสู่ฝั่ง
เมฆดำกำลังเริ่มตั้งเค้า
คู่รักนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีกำลังเดินเข้ามาสั่งกาแฟ
ผมได้ยิน ผู้ชายสั่งลาเต้เย็น ผูหญิงสั่งเอสเพรสโซดับเบิลช็อต
อีกโต๊ะเยื้องไปทางขวาชายสองคนนั่งคุยอย่างสนิทสนม
ส่งยิ้มโต้ตอบกันไปมา คนหนึ่งมือกุมถ้วยกาแฟดื่ม
ขณะที่มือของอีกคนพูดไปพลางลูบไล้มือที่กุมถ้วยนั้น
เพลงเศร้าๆของบิลลี่ ฮอลลิเดย์ เปิดคลอเบาๆ
กลิ่นกาแฟกรุ่นฟุ้งหอมไปทั่วร้าน เหมือนพาเราไปอยู่อีกโลกหนึ่ง
โลกที่ไม่มีงานกองโตรอให้สาง ตัดขาดจากโลกภายนอก
ชั่วขณะเวลาหนึ่งที่ผมอยากให้เวลาเดินช้าเป็นที่สุด
เสน่ห์ของร้านกาแฟ สำคัญคือกลิ่นต้องถึง แม้ขมแตทว่าหอมกรุ่น
ผมคนฟองนมในแก้วกาแฟ ละเลียดช้า ๆ จิบรสหวานมันนิดๆ จากนมสด
ผมเลือกลาเต้แทนที่จะเป็นเอสเพรสโซ่สักชอตเหมือนเคย
ไม่ต้องรีบซดให้หมดก่อนที่กลิ่นและความร้อนจะคลาย
ผมไม่ได้ชอบลาเต้เท่าไรนัก แต่การค่อยจิบช้าๆในเวลาแบบนี้ มันช่วยผ่อนคลายวันแย่ไปได้วันหนึ่ง
เม็ดฝนเริ่มโปรย จากหยดเป็นสาย กลายเป็นฝนห่าใหญ่
ผู้คนที่เดินกันริมถนน วิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น
กลุ่มใหญ่วิ่งเข้ามาหลบฝนในร้านกาแฟที่ผมนั่งอยู่
เหตุผลเดียวกับผม ที่มานั่งที่นี่
วันฝนตก อากาศอึมครึม พื้นนองเฉอะแฉะทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมบรรยากาศน่านอน
ไม่มีอารมณ์ทำงาน อยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ อยากนอนคุยกับใครสักคน
ถ้ามีใครสักคนให้กอดคงจะดีไม่น้อย
แต่วันฝนตกส่วนใหญ่ ผมยังต้องออกไปทำงาน
ทำตัวให้ชาชิน กับฝนที่ไม่รู้จะตกเวลาไหน เตรียมพร้อมเสมอกับสภาพอากาศที่เอาแน่ไม่ได้
หนักกว่านั้น วันฝนตกมักมาพร้อมกับความเงียบเหงา
ยิ่งตัวคนเดียว ความเหงามักเสียดแทงในโดยไม่ทันตั้งตัว
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกลียดฤดูฝนมากกว่าฤดูอื่น ๆ
------- 2
เคยนั่งคุยกับเพื่อนว่า คนที่ใช่ มักจะมาให้เราได้พบเจอแค่นานๆครั้ง
มักจะเป็นโอกาสที่ไม่คาดฝัน ไม่ทันตั้งตัว เหมือนฝนตกในวันร้อนระอุ
แต่ทิ้งช่วงนานอย่างน้อยก็ห้าปี สิบปีถึงจะเจอสักคนหนึ่ง
คนที่เราคิดว่าใช่มักเป็นภาพลักษณ์ติดในใจ
ว่าคนที่มีคุณลักษณะแบบนี้แหละคือคนที่เราจะรัก
คือคนที่เราคิดว่าเมื่ออยู่ด้วยแล้วคงจะมีความสุข
แต่เราไม่รู้หรอกคุณสมบัติที่ว่านั้นจะไปตกอยู่ที่ใคร หรือหน้าตาแบบไหน
บางทีอาจจะอยู่ไกลคนละประเทศ หรือซีกโลก เราไม่มีโอกาสรู้ได้
จะรอก็เพียงแค่เวลาหมุน โชคชะตาพาให้ได้พบ ได้คุย ได้คลิก นั่นแหละเราถึงจะรู้ได้
... มันยากเหมือนกันนะ ที่จะเจอ
------- 3
ฤดูฝนปีนี้ ไม่ต่างจากปีก่อน ๆ
ฝนยังคงตกเมื่อถึงเวลาของมัน ลมฝนไม่ลืมที่จะพัดพาความเหงามาสู่หัวใจใครหลายคน
แต่ปีนี้ ฤดูฝนกลับนำพาความรักที่ชุ่มฉ่ำมาสู่หัวใจของผม
ความรักของผมเกิดขึ้นในฤดูฝน
ผมกับเขาพบกันในค่ำคืนหนึ่ง ผ่านเอ็มเอสเอน วันที่ฝนตกหนัก ฝนต้นฤดู ต้นเดือนมีนาคม
จะแค่บังเอิญที่ได้คุยกัน หรือแค่บังเอิญที่รู้สึกต้องชะตา
จากคุยแค่เรื่องงาน กลายเป็นเรื่องอื่น จากที่เคยเป็นแค่คนแปลกหน้า กลายเป็นคุ้นเคย
ตัวอักษรต่อตัวอักษร เนิ่นนาน
ทุกความฝัน ทุกคำบอกเล่า ทุกความเจ็บปวด ผมรับรู้
หากได้สนทนากันหน้าต่อหน้า ผมคงจะเอื้อมมือไปลูบมือเขาและบีบเบาๆ
ถ้าเขาเป็นคนที่ผมเคยรู้จักมาก่อน ผมคงจะโอบกอดและปลอบเขา
มีก็เพียงหน้าจอสี่เหลี่ยม เท่านั้นที่เป็นทั้งตัวกั้นและเชื่อมระหว่างเราในเวลาเดียวกัน
ผมไม่เคยคุยกับใครสนุกแบบนี้มาก่อน
เนิ่นนานเต็มที ที่ผมตัดขาดจากโลกของอินเตอร์เน็ต
ผมเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ติดต่อกับใครอีกเลยในอินเตอร์เน็ต ผมเข็ดกับผู้คนบนโลกอินเตอร์เน็ต
ตัวตนที่แท้จริงถูกฉาบไว้ใต้ภาพลักษณ์ที่ดูดี ส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้นเสมอ
ผมรู้สึกว่าการได้คุยกับเขา ทำให้ชีวิตมันน่าอยู่ขึ้น เรื่องที่เราคุยกันไม่ใช่เรื่องเซ็กส์
ไม่มีเรื่องความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว ทว่าเป็นการคุยกันธรรมดา
แทบจะล้วน ๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต และการเดินทาง
จากหลายเรื่องราวที่ได้พูดคุย จะเป็นเรื่องบังเอิญด้วยหรือเปล่าที่ว่า
คนแบบนี้แหละ ที่ผมอยากคุยด้วยเรื่อย ๆ และรู้สึกอยากอยู่ใกล้ ๆ
คนแบบนี้แหละ...ที่ผมอยากร่วมชีวิตด้วย
บังเอิญด้วยหรือไม่? ที่ผมได้หลงรักเขาไปแล้วแม้จะยังไม่ได้เจอหน้า
หลายวันถัดมา อยู่ ๆ เขาก็หายไป
ไม่ออน ไม่มาทัก ผมเฝ้ารอหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่น ทุกค่ำคืน จากวัน เป็นสามวัน เป็นเจ็ดวัน
ผมรู้สึกได้ ว่าใจหายวาบ -- มันเกิดอะไรขึ้น?
อาการมวนท้องปั่นป่วนอยู่ข้างใน ใจหายทุกครั้งเมื่อนึกถึง เป็นเพราะอะไร
ในหัวของผมหมุนติ้ว ลอยคว้างไปด้วยเศษของถ้อยคำและคำถาม
มันคงจะดี ถ้าได้รู้ความรู้สึกนึกคิดคนอื่น ว่าเขาคิดกับเราอย่างไร
คงเป็นความรู้สึกที่วิเศษ ที่ได้รู้ว่าคนที่เราแอบมีใจให้ เขาก็มีใจให้เหมือนกัน
เกิดอะไรขึ้น ผมทำอะไรพลาดไปเหรอ? นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมอยากรู้ แต่ไม่อาจล่วงรู้
ผมตั้งใจว่า ถ้าได้เจอกันอีกครั้งไม่ว่าทางไหน ผมจะบอกเขาทันทีว่ารู้สึกกับเขาอย่างไร
ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นแบบไหน ถึงตอนนั้นผมคงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาได้รับรู้
อย่างน้อย... ก็เพื่อรับรู้
ทำไมบางคนถึงยอมทำบางอย่าง แม้รู้อยู่แล้วว่ามันจะแป๊ก
คำตอบ ทุกคนอาจรู้อยู่แล้ว แต่การไม่ทำอะไรเลย อาจต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
สำหรับมันไม่ใช่แค่การไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่โอกาสไม่เกิดขึ้นเลย ...ด้วยซ้ำ
------- 4
เสียงทรัมเป็ตแปร๋น ๆ ดึงความสนใจผมกลับมาจากภวังค์
เปิดคลอเบา ๆ มันเพราะดีถ้าฟังในร้านกาแฟหรือบาร์แจ๊สที่มีเบียร์เย็น ๆ ให้จิบ
ผมลุกขึ้นเดินผ่านชายคู่รักสองคน ชำเลืองดูคู่รักชาวเกาหลียังนั่งคลอเคลียกันชิดใกล้
ผ่านฝรั่งกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาก่อนหน้านี้
ฝนเริ่มซา ยังไม่หยุดทันที ผมตัดสินใจเดินกลับออกไป ลมพัดพาละอองฝนเล็กปะทะใบหน้า
ความรู้สึกชื่นใจมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ผมเดินออกไปจากร้านกาแฟ ผู้คนเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ละอองน้ำโปรยปรายต้องกับแสงไฟข้างยามค่ำ
ถนนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนสะท้อนแสงไฟราวกับอำพันแท่งมหึมา
ผมเดินทอดน่องท่ามกลางละอองฝน ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดทาง
คราวนี้...ก็เพียงแค่รอ รอเวลาหมุน ให้โชคชะตาพาให้ได้พบกัน อีกซักครั้ง
แค่นั้นคงเพียงพอที่ผมจะบอกความรู้สึกทุกอย่างให้เขาได้รับรู้
ผมจะบอกคุณทุกอย่าง
ทุกอย่าง...เท่าที่จะนึกได้
Tags: คนแปลกหน้า, ความรัก, ฤดูฝน5 Comments
ฝนตกเซงเป็ดไปเหมือนกัน อดไปวิ่งเเฮะๆ
หลงเข้ามาเพราะว่าผมก็อยู่่ภูเก็ตเหมือนกัน
เข้าใจสภาพอากาศเลย ฮ่าๆๆๆ
#1 By NATTAWAT on 2009-10-08 02:00